เรื่องหลอน ๆ ในโรงเรียน

สวัสดี ค่ะ เราเรียนอยู่ที่โรงเรียนสหศึกษาประจำจังหวัดแห่งหนึ่งที่เก่าแก่ถึง 112 ปี และมีชื่อเสียงซึ่งแต่เดิมเป็นโรงเรียนชายล้วน ชาวบ้านทั่วไปรู้จักกันในชื่อ ร.ร. “ชาย” ที่ขึ้นต้นด้วย ชัย… ในภาคอีสานอะค่ะ ด้วยความเก่าแก่ และพื้นที่แห่งนี้ในช่วงสงครามเป็นสมรภูมิ (ไม่เว้นแม้แต่ที่ร.ร. นะคะ อาณาบริเวณในเมืองเกือบทั้งหมดยังเป็นสนามรบอีกด้วย) ทำให้มีเรื่องลึกลับมากมาย และน่าเกรงขามอยู่เสมอ

ด้วยความที่ปีที่แล้วในวันสถาปนาโรงเรียนครบ 111 ปี ทางโรงเรียนเลยจัดอย่างยิ่งใหญ่ ในตอนกลางวันมีเปิดบ้าน และ ตอนกลางคืนมีงานเลี้ยงเต้นรำศิษย์เก่า และศิษย์ปัจจุบัน แต่นั่นมันไม่ใช่ประเด็น! ประเด็นอยู่ที่ เรา และเพื่อนร่วมห้องไม่ได้จัดบูธขายสินค้าขนม น้ำ บลาๆ อย่างห้องอื่นกัน

แต่ได้มติคือ ทำ “บ้านผีสิง”  ด้วยความที่ทุกๆ ปีจะมีห้องม.ปลาย สองถึงสามห้องทำบ้านผีสิงทุกปีอยู่แล้ว และรายได้มหาศาลจากการเก็บค่าเข้ากับน้องๆที่มาดูงาน และเด็กในโรงเรียน โดยห้องที่พวกเรายึดสถานที่คือ ห้องเขียนแบบ ของตึกศิลป์ เพราะเป็นห้องที่กว้าง และมีโต๊ะสูงๆ เก้าอี้เก๋ๆ มากมายพอจะนำมาสร้างบรรยากาศได้ และได้ตั้งชื่อว่า “บ้านลั่นทม” ซึ่งทำให้พวกเราระทมอย่างถึงที่สุด

พวก เราเตรียมสถานที่อย่างหนัก ทำทุกอย่างให้สมจริง โดยนำกระดาษหนังสือพิมพ์มาอุดตามร่องหน้าต่าง และร้ายที่สุดคือ พวกผู้ชายดันไปขอยืมผ้าดำ ซึ่งใช้จัดสถานที่เวลาที่วัดมีงานศพ !!! อ๊าาาาาส์ สุดยอดดดดด หลอนได้อีก ในเมื่อพวกมันไปขอยืมกับทางวัดมาแล้ว พวกเราจะเอาไปคืนก็ดูกระไรอยู่ แต่รู้มั้ยคะ ผ้าดำนั่นทำให้บรรยากาศดูสมจริงขึ้นอีกเป็นกอง ซึ่งไม่มีใครรู้เรื่องนี้ นอกจากพวกเรา (ผ้าดำใช้ทำเป็นม่านตรงประตูทางเข้าออก นั่นหมายความว่าทุกคนต้องลอดผ่านม่านนี้ !)

พอ วันจริงพวกเรามาโรงเรียนแต่เช้า มาตรวจความเรียบร้อย และนำผลไม้ ธูป เทียน มาขอขมาสิ่งศักสิทธิ์ทั้งหลาย โดยพวกเราปักธูปไว้ตรงทางเข้า (บรรยากาศโครตจะหลอนค่ะ) และได้ไปไหว้ศาลพ่อขุนที่หน้าโรงยิม และรูปหล่อท่านเจ้าพ่อที่อยู่หน้าโรงเรียน (ท่านเป็นเจ้าเมืองคนแรกของที่นี่ค่ะ) รวมทั้งต้นไทรยักษ์ที่มีผ้าสามสีพันอยู่ แต่ในที่สุดพวกเราก็ลืม ลืมอะไร ? พวกเราลืมไปไหว้ศาลเล็กๆ ริมหนองสระพัง

เรา เล่นเป็นผีท้องแก่ในชุดคลุมท้องสีดำค่ะ ที่ประจำของเราคือริมหน้าต่างเกือบจะในสุดตรงมุมห้องด้านซ้ายติดโต๊ะครูที่ ถูกดัดแปลงเป็นโลงศพ คอยโผล่มาหลอกคนที่เผลอเดินหลงมาตรงซอกนั้น คือข้างในนั้นจะมืดสนิท มองอะไรไม่เห็นเลย พวกเราที่เป็นผี หรือคอยนำทาง รวมถึงคอยดูแลความปลอดภัยในห้อง เวลามีอะไรต้องใช้ไฟจากจอมือถือเท่านั้นค่ะ

ทันทีที่งานเปิดพวกเรากระจายกันเป็นจุดๆ เป็นมุมๆ คือไม่มีใครได้อยู่ใกล้กันเลย บรรยากาศ ในนั้น จะไม่ร้อนมากนะคะ แต่มืดสนิทเลย มีคนคอยคุมเสียง คอยเปิดซาวน์ที่โครตจะหลอนจากคอมพิวเตอร์ (เป็นเสียงครวญครางน่ากลัวมากค่ะ) รวมถึงคอยทำเสียงดังปึงปังเป็นช่วงๆ ให้คนตกใจ

ทุกอย่าง ดำเนินไปได้ด้วยดีค่ะ มีน้องๆ จากโรงเรียนประถมข้างๆ กลัวจนร้องไห้ รวมถึงเด็กมัธยมเองยังมีคนกรี๊ดจนเหมือนจะสติแตก พวกเราพอใจในผลงานนะคะ เราเริ่มเปิดบ้านตอนเก้าโมง ไม่มีพักเที่ยง ไปจนถึงสามโมงเย็นเลยค่ะ หนู และเพื่อนๆ ไม่ได้ออกไปไหนเลย เพราะมีคนคอยต่อแถวจะเข้าอยู่ตลอด และในที่สุดเรื่องก็เกิดจนได้

ขณะที่หนูยืนรอคนที่กำลังจะเข้ามาชุดใหม่ อยู่ดีๆ ก็มีกลิ่นธูปลอยมา มันฉุน และแสบไปหมด เราตะโกนถามเพื่อนว่า “ใครเอาธูปเข้ามา” ก็ไม่มีใครให้คำตอบได้ เพื่อนที่คอยเฝ้าประตูก็เดินมาบอกว่าไม่มีใครเดินถือธูป หรือเอาธูปเข้ามาเลย แต่เพื่อนทุกคนได้กลิ่นเหมือนกันหมด

ใน จังหวะนั้นช่วงที่เราที่ยืนติดหน้าต่างกำลังจะผลักหน้าต่างให้เปิดออกเพื่อ ระบายกลิ่นธูปนั้น เราเห็นใครคนหนึ่งเดินเข้ามา รูปร่างก็เหมือนผู้ใหญ่ที่เป็นผู้ชาย (หนูพอมองเห็นเพราะหน้าต่างที่แง้มไว้นิดๆ ) เค้าเดินมาใกล้เรา แล้วบอกให้เลิกเล่น น้ำเสียงก็ปกติไม่ดุ หรือต่อว่าอะไรมากเลยนะคะ เหมือนวัยกลางคนทั่วไป ส่วน เครื่องแต่งกายมองดูรางๆเป็นชุดสีกากีเครื่องแบบครู (เราเพิ่งมานึกขึ้นได้ว่าวันสถาปนา ครูทุกคนแต่งชุดผ้าไทยกันค่ะ) เราเลยตอบไปว่า ใกล้จะเลิกเล่นแล้วค่ะ เพราะเย็นมากแล้ว ครูท่านก็ไม่ได้ว่าอะไร แล้วเดินหันหลังกลับไป

พอเลิกงาน พวกเราเคลียร์สถานที่กันเสร็จ เราเลยพูดกับเพื่อนว่า “พวกที่เฝ้าประตูไม่น่าปล่อยให้ครูเข้ามาเลย โดนด่าจนได้” เพื่อน มันทำหน้างงสุดๆ อ่ะ พวกหน้าประตูเถียงเลยว่าไม่มีใครเข้ามานอกจากเด็กๆ ที่มาเข้าบ้าน แล้วทุกคนต่อแถวเรียงหนึ่ง ส่วนเพื่อนเราที่เค้าเล่นเป็นผีเหมือนกันก็บอกว่าไม่เห็นใคร ตอนนั้นเราช็อกมาก มือเย็นไปหมด แต่ก็แอบคิดว่าผู้ชายคนนั้นที่มาบอกให้หยุดเล่น คงไม่ใช่ผีหรอก (คิดในแง่ดีเข้าไว้)

จบงานเพื่อนผู้ชายก็เอาผ้าสีดำไปคืนที่วัด กลับเล่าให้ฟังว่า พวก มันใจไม่ดีเลยเล่าเรื่องนี้ให้ลุงคนหนึ่งที่อยู่ในวัดฟัง ลุงแกบอกว่าคนกับผีอยู่กันคนละโลก แต่ถ้าคนเข้าไปยุ่งย่ามเรื่องนี้ (ดังเช่นที่พวกเราเล่นบ้าๆ โดยการทำอะไรห่ามๆ ไม่คิดหน้าคิดหลังอย่างที่มายืมผ้าจัดงานศพไปเล่น หรือลืมไหว้ศาล) จะเป็นอะไรถ้าผีอยากมายุ่งเรื่องคนบ้าง” แบบทุกคนนิ่งไปเลยอ่ะค่ะ เราร้องไห้เลย แบบตอนนั้นกลัวมาก กลัวจริงๆ คือรู้แล้วว่าที่เห็นอ่ะไม่ใช่คนแน่ๆ..

หลังจากนั้น เราก็เล่าเรื่องทั้งหมดให้ครูหมวดสังคมที่พวกเรานับถือคนหนึ่งฟัง ท่านก็เลยเล่าเรื่อง “หนองสระพัง” ให้ฟังมาว่า

นาน มาแล้ว ช่วงที่ครูมาบรรจุที่นี่ใหม่ๆ พวกครูรุ่นเก่าๆ อาวุโสหน่อย บอกให้ครูกราบที่เชิงสะพานที่ยื่นลงไปของหนองสระพัง พอครูถามถึงเหตุผล ครูพวกนั้นก็บอกว่าเคยมีครูอาวุโสมากๆ ท่านหนึ่งอยู่เวรกลางคืน แต่ท่านเมา และเหมือนจะมีปัญหาทางครอบครัว แต่พอวันรุ่งขึ้นไม่มีใครรู้ว่าครูท่านนั้นหายไปไหน จนกระทั่งหลายปีผ่านไปที่ทางโรงเรียน ได้ปรับปรุงขุดลอกสระขึ้นมาใหม่ ปรากฏว่าศพของครูท่านนั้นถูกพบในรถยนต์ของท่านที่จมลึกอยู่ในสระน้ำ ตัวรถมีสนิมเกาะ และสภาพแย่แต่สภาพครูท่านนั้น.. หลังจากนั้นครูใหม่ทุกคนที่เข้ามาเลยต้องกราบ และขอฝากเนื้อฝากตัวเป็นศิษย์น้องในบริเวณหนองสระพังแห่งนี้

ซึ่ง จากเหตุการณ์ของเราอีกมุม อาจเป็นไปได้ที่ครูผู้ชายที่เราเห็นในบ้านผีสิง กับครูที่เสียชีวิตในหนองสระพังแห่งนี้อาจเป็นคนเดียวกัน !!