ห้องน้ำห้องข้างๆ

ห้องน้ำห้องข้างๆ

เรื่องนี้ส่งเข้ามาจากคุณฟรานด์ครับ คุณฟรานด์เล่าว่า.. เราเรียนอยู่ชั้น ม.ปลาย ที่โรงมัธยมประจำอำเภอแห่งหนึ่งในจังหวัดพังงา วันที่เกิดเหตุนั้น เพิ่งจะผ่านมาได้ไม่นานนี้เอง จำได้เลยว่าเป็นวันศุกร์ หลังจากเราเรียนคาบเช้าเสร็จ ก็จะเป็นเวลาพักเที่ยงค่ะ เพื่อนๆ รวมถึงนักเรียนทั้งโรงเรียน ต่างพากันไปกินข้าวอยู่ที่โรงอาหารกันหมด แต่ตอนนั้นเราเกิดปวดท้องอยากถ่ายหนักขึ้นมานี่สิ และเราเป็นคนที่เข้าห้องน้ำนานมากๆ จะให้เพื่อนๆ อยู่รอก็เกรงใจ เลยบอกพวกมันไปว่า ‘พวกมึงไปกินข้าวกันก่อนเลย กูว่ากูนานว่ะ..’ แต่เพื่อนๆ เรามันบอกว่า ‘ไม่เป็นไร เดี๋ยวซื้อขนมมากินรอข้างล่างแล้วกันนะ จะได้ปั่นการบ้านไปด้วย..’ คือตอนนั้นเราปวดมากจะไม่ไหวแล้ว ฟังเพื่อนไม่ค่อยรู้เรื่องละ เลยตอบเออออไป ก่อนจะวิ่งไปหาห้องน้ำเข้า

อาคารที่เราเรียน เป็นอาคาร 3 ชั้น ตอนนั้นเราเรียนชั้น 2 เราเลยรีบบึ่งไปเข้าห้องน้ำของชั้น 2 ที่ใกล้ที่สุด ซึ่งห้องน้ำที่เราไปเข้านั้น เป็นห้องน้ำสำหรับอาจารย์ผู้ชายค่ะ เนื่องจากเราจะไม่ไหวอยู่แล้ว เลยเอาวะ! ประกอบกับตอนนั้นบนอาคารก็ไม่ค่อยมีคนแล้วด้วย พอเข้าไป เรารีบเข้าห้องแรกสุดเลย เป็นห้องที่อยู่ติดกับประตูทางเข้า พอได้นั่งเราก็เต็มที่เลยค่ะ.. นั่งไปสักพัก อยู่ๆ เราก็ได้ยินเสียงห้องข้างๆ ปิดประตูค่ะ ตอนนั้นคิดในใจว่า ‘ชิบหายละ อาจารย์ชัวร์!’ เราก็พยายามทำนิ่งๆ ไว้ ตอนนั้นเหงื่อนี่ท่วมตัวเลย ไม่รู้เพราะกลัวโดนจับ หรือร้อนเพราะอยู่ในห้องน้ำนาน.. แล้วจู่ๆ ก็มีเสียงเรียกเราว่า ‘พี่ครับ ขอทิชชู่หน่อย ห้องผมน้ำไม่ไหล..’ เราก็อ้าว!? นึกว่าเป็นอาจารย์อยู่ตั้งนาน ที่แท้ก็คงเด็ก ม.ต้นแน่ๆ เลย เพราะเสียงยังไม่ทันแตกหนุ่ม แถมพูดแปร่งๆ เหมือนคนพูดไม่ชัดด้วย

เราก็เลยแบ่งทิชชูไว้กับตัวส่วนหนึ่ง ก่อนจะเอามือลอดช่องด้านล่างเพื่อส่งทิชชูให้น้องไปทั้งม้วน เพราะห้องเราน้ำไหลปกติ น้องเขาก็รับไป พอเราทำธุระต่อไปอีกสักพัก ก็รู้สึกว่าห้องข้างๆ เงียบมาก.. พอเราทำธุระเสร็จ ก็ออกจากห้องน้ำมายืนส่องกระจกดูความเรียบร้อยตัวเอง แล้วเราก็ต้องไปสะดุดกับแผ่นกระดาษสีขาว ที่เขียนด้วยปากกาเมจิคคำว่า ‘ห้ามเข้า! ห้องน้ำเสีย’ ซึ่งมันจะไม่แปลกเลย ถ้ากระดาษแผ่นนั้นมันแปะอยู่ที่หน้าห้อง 3 หรือ 4 แต่ทว่ามันกลับติดอยู่หน้าห้องที่ 2 ข้างๆ กับห้องที่เราเพิ่งออกมานี่เอง! ที่สำคัญ ห้องน้ำห้องนั้นยังล็อคแม่กุญแจจากด้านนอกอีกด้วย! เรานี่แบบเหงื่อแตกเลย คิดในใจว่า ‘เอาแล้วไง ตะกี้ใครขอทิชชู่กูวะ?’ เรารีบวิ่งออกจากห้องน้ำทันที พอออกมาก็ยังคงหลอนต่อ เพราะบนอาคารเงียบมาก ไม่มีใครสักคน เราวิ่งลงบันไดไปชั้นล่าง ก็เห็นเพื่อนๆ เรานั่งปั่นงานอยู่ ก็ค่อยรู้สึกโล่งขึ้นมาหน่อย พอเพื่อนๆ เห็นเรา มันก็ถามว่า ‘ท้องเสียเหรอมึง หน้าซีดเชียว’ เราไม่สนใจสิ่งที่มันทัก และถามมันว่า ‘พวกมึงอยู่ตรงนี้ตลอดใช่ไหม? เห็นมีใครลงมาก่อนกูบ้างหรือเปล่า?’ พวกมันก็ตอบเป็นสียงเดียวกันว่า ‘ไม่มีนะ’ เรานี่ขนลุกเลยค่ะ

เราก็เลยเล่าให้เพื่อนๆ ฟัง พอพวกมันฟังจบ ด้วยความอยากรู้อยากเห็น มันเลยไปหาป้าแม่บ้านของโรงเรียน ไปถามได้ความว่า ‘ห้องน้ำห้องนั้นเสียมานานแล้ว แต่ว่าห้องน้ำฝั่งนั้นก็ไม่ค่อยมีใครใช้กันอยู่แล้ว เลยยังไม่รีบซ่อม..’ เราก็ถามป้าว่า ‘ห้องน้ำก็สะอาดเรียบร้อยดี ทำไมไม่ค่อยมีใครใช้ล่ะป้า?’ ป้าแกเลยเล่าว่า ‘เมื่อก่อนตอนก่อสร้างอาคารนี้ ใช้แรงงานพม่าทั้งหมด ช่วงที่ลงเสาเข็ม ลูกของคนงานคนหนึ่งตกลงไปในนั้น แต่ไม่มีใครเห็น เลยตอกเสาทับเด็กตาย ห้องน้ำฝั่งนั้นเลยเอาไว้เป็นห้องน้ำอาจารย์ เพราะพวกอาจารย์เขาจะรู้กัน และก็จะไม่ค่อยมีใครเข้า..’ เรานี่ขนลุกซู่เลยค่ะ แต่เหมือนว่าพวกเพื่อนเราจะยังไม่หมดความสงสัย เลยพาป้าแม่บ้านขึ้นไปบนห้องน้ำชั้น 2 นั้นอีกครั้ง โดยเราก็ขึ้นไปด้วยความหวาดกลัว เพื่อนเราก็ยังถามเราว่า ‘แน่ใจนะว่ามึงไม่ได้หลับในห้องน้ำแล้วหลอนไปเอง?’ เราก็บอก ‘สาบานเลย น้องเขาขอทิชชู่ แล้วกูก็ส่งให้กับมือจริงๆ’ ..พอไปถึงห้องน้ำ เพื่อนเราคนหนึ่งก็เข้าไปในห้องแรกที่เราเข้าก่อนหน้านั้น แล้วก็ปีนขึ้นไปดูห้องข้างๆ จากทางด้านบน แล้วมันก็อุทานดังลั่นว่า ‘มีม้วนทิชชู่อยู่จริงๆ ด้วยว่ะ แต่ไม่ได้อยู่บนพื้นนะ แม่งวางตั้งอยู่บนขอบชักโครกเลยว่ะ!’ เพื่อนเรามันก็รีบโดดลงมาเลย พวกเราทุกคนโดยเฉพาะเรานี่ต่างก็หลอนไปตามๆ กัน เพราะคงจะเป็นไปไม่ได้ที่เราจะโยนทิชชู่ไปตั้งอยู่บนขอบชักโครกพอดีได้แบบนั้น แต่ป้าแม่บ้านแกดูชิวมาก สงสัยแกคงจะเคยเจอบ่อย.. แล้วตั้งแต่นั้นมา ไม่ว่าเราจะปวดหนักปวดเบา ปวดให้ตายยังไง เราก็ยอมเดินอ้อมไปเข้าที่ห้องน้ำใหญ่ รวมถึงเพื่อนๆ เราทุกคน ก็ไม่มีใครกล้าเข้าห้องน้ำในอาคารนั้นอีกเลยค่ะ..