เรื่องสยองต่อผม

เรื่องสยองต่อผม

เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่ส่งมาจากคุณตุ๊ต๊ะครับ คุณตุ๊ต๊ะเล่าว่า.. พอดีเมื่ออาทิตย์ก่อนผมได้ไปเจอกับเพื่อนสนิทสมัยมัธยมต้นคนหนึ่งมา เลยนั่งคุยกันเรื่องเก่าๆ จนไปนึกถึงเรื่องหนึ่งที่เคยเกิดขึ้นกับพวกเราสองคนครับ เรื่องนี้เกิดขึ้นช่วงปิดเทอมเล็กสมัยเรียนชั้น ม.2 เพื่อนสนิทผมคนนี้เป็นผู้หญิงชื่อ นิ่ม ครับ ตามกฏระเบียบของโรงเรียน เด็กผู้หญิงจะต้องตัดผมสั้นเท่าติ่งหู พอถึงช่วงปิดเทอม ก็มักจะนิยมไปต่อผมยาวกัน ฮิตกันมากในหมู่เด็กหญิงผมทรงกะลาในโรงเรียนของผม วันหนึ่ง นิ่มชวนผมไปต่อผมที่ตลาดแห่งหนึ่งย่านเมืองเก่าของกรุงเทพฯ นิ่มก็เดินหาร้านอยู่พักหนึ่ง จนไปเจอร้านที่ถูกใจ ด้วยความที่ร้านนี้ทำวิกผมจากผมจริง ไม่ใช่ใยสังเคราะห์เหมือนที่อื่นส่วนใหญ่ นิ่มเดินเลือกผมอยู่นาน จนในที่สุดก็เลือกผมชุดหนึ่งมาต่อ ซึ่งปกติผมจริงราคาจะสูง แต่ด้วยเพราะอะไรไม่รู้ ทางร้านกลับลดราคาให้นิ่มจนแสนถูก หลังจากที่ต่อผมเสร็จ พวกผมก็พากันกลับบ้าน

ผ่านไป 2 วัน พวกผมและเพื่อนอีก 3 คนได้นัดกันไปกินหมูกะทะ กินเสร็จก็เกือบค่ำ เพื่อนๆ คนอื่นก็ต่างคนต่างกลับ วันนั้นพ่อแม่ของนิ่มไม่อยู่ห้อง ผมจึงขอไปนอนกับมันด้วย ที่อยู่ของนิ่มจะเป็นห้องเช่าครับ มีเตียงใหญ่ๆ ปลายเตียงจะเป็นห้องน้ำ ฝั่งขวาเป็นระเบียง ถัดมาก็จะเป็นตู้เสื้อผ้า และที่เด่นที่สุดก็คือโต๊ะเครื่องแป้งที่อยู่หน้าห้องน้ำเลย.. คืนนั้นนิ่มก็ได้แต่นั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง หวีผมไปมา ลูบบ้าง ดมบ้าง ไอ้ผมก็รำคาญ เลยเดินไปแกล้งดึงผมนิ่ม นิ่มมันด่าผมใหญ่เลยครับ บอก ‘มึงอย่ามายุ่งได้ปะ?’ ผมก็ ‘เออๆ ไม่ยุ่งก็ได้วะ..’ ผ่านไปสักพัก ขณะที่ผมนอนเล่นโทรศัพท์อยู่บนเตียง อยู่ๆ นิ่มมันก็หันมาด่าผม ‘มึงจะมายุ่งอะไรกับกูนักหนาวะ กูขี้เกียจหวีผมใหม่นะเว้ย!’ ..ผมก็งงสิครับ นอนเล่นโทรศัพท์อยู่ดีๆ ก็โดนด่า ผมเลยบอกมันไปว่า ‘อะไร? กูยังไม่ได้ทำอะไรมึงเลยนะ ยังไม่ทันลุกจากเตียงเลย’ นิ่มมันก็ชักสีหน้าไม่พอใจผม แล้วหันกลับไปหวีผมต่อ ..ผ่านไปไม่ถึง 1 นาที นิ่มมันก็ร้อง ‘กรี๊ดดดดด!!!’ ออกมาสุดเสียง ผมเลยตกใจถามว่า ‘มึงเป็นอะไร!!?’ นิ่มมันบอกว่า ‘เมื่อกี้เหมือนมีเล็บมาข่วนที่คอกู’ ซึ่งพอผมไปเปิดออกดู ก็เห็นเลยว่ามีรอยเล็บข่วนจริง และมีเลือดซิบๆ ออกมาด้วย ซึ่งทั้งผมและนิ่มต่างก็งงว่าเกิดจากอะไร? ผมเลยไล่ให้นิ่มไปอาบน้ำ จะได้ทำแผล แล้วผมก็ลงไปเซเว่น เพื่อจะซื้อยาทาแผล และก็หาอะไรกินอีกนิดหน่อย

พอผมเดินขึ้นห้องมา ผมเห็นนิ่มมันนั่งอยู่บนเตียงกอดเข่าร้องไห้ แถมยังนุ่งผ้าเช็ดตัวอยู่เลย ยาสระผมก็ยังไม่ล้างออก ผมตกใจเลยถามมัน ‘มึงเป็นอะไรวะ?’ นิ่มรีบวิ่งมากอดผม แล้วก็ร้องไห้ไม่หยุด ตัวสั่นอย่างเห็นได้ชัด ผมให้มันตั้งสติแล้วไปล้างหัวล้างตัวให้เรียบร้อย แต่งตัวให้เสร็จ แล้วค่อยมาคุยกัน.. หลังจากที่นิ่มทำอะไรเสร็จแล้ว ก็พอจะสงบสติลงมาได้บ้าง แล้วนิ่มมันก็เล่าให้ผมฟังว่า ‘ตอนที่มึงออกไปเซเว่น กูก็เข้าไปอาบน้ำสระผม แล้วตอนสระผม กูก้มหน้าแล้วโกยผมมาข้างหน้า กำลังใช้มือสองข้างขยี้ๆ อยู่ๆ ก็เห็นเหมือนมีมือสองข้างมาแหวกผมกูช้าๆ แล้วค่อยๆ เอาหน้าโผล่เข้ามา พร้อมกับตะคอกใส่กูว่า เอาผมกูคืนมา!! กูเลยรีบวิ่งออกมานั่งที่เตียงในสภาพที่มึงเห็น..’ นิ่มมันยังบอกอีกว่า ‘หน้าตาของผู้หญิงคนนั้นซีดขาว ดวงตาสีแดงๆ อมม่วง มีเส้นเลือดขึ้นเต็มหน้า โคตรติดตากูเลย’ ผมได้ฟังก็แทบช็อคเหมือนกันครับ

ไม่รอช้า วันรุ่งขึ้นพวกผมพากันไปร้านเดิมเพื่อที่จะเอาผมออก แต่พอไปถึงก็เห็นว่าที่หน้าร้านมีคนมุงดูอะไรกันเต็มไปหมด ผมเลยถามป้าคนหนึ่งที่ยืนอยู่บริเวณนั้นว่าเกิดอะไรขึ้น? ป้าแกเล่าว่า ‘น้องชายเจ้าของร้านนี้ทะเลาะกับแฟนอย่างแรง เพราะจับได้แฟนมีผู้ชายคนอื่น แฟนน้องชายเจ้าของร้านเลยหนีปัญหา ด้วยการกินน้ำยาล้างห้องน้ำฆ่าตัวตาย..’ พวกผมสองคนได้ฟังก็มองหน้ากัน ขณะที่กำลังอึ้งอยู่นั้นเอง เจ้าหน้าที่ก็ยกศพออกมา และเกินคาดครับ ศพที่ผมเห็นนั้นถูกตัดผมจนสั้นแหว่ง ป้าที่เห็นเหมือนกันแกก็พูดขึ้นมาลอยๆ ว่า ‘โอ้ย ขนาดคนตายไปแล้วยังจะตัดผมเขามาขายอีก! หัวธุรกิจจริงๆ เลยแม่คุณ..’ พอผมกับนิ่มได้ฟังเท่านั้นล่ะ ถึงกับขนลุกขึ้นมาทันที ไม่อยากจะคิดเลย ว่าผมที่นิ่มต่อมาราคาถูกนั้น ไปได้มาจากไหนยังไง..

หลังจากเอาผมออก ผมกับนิ่มก็ไปวัดทำบุญกัน พร้อมกับติดเอาเส้นผมนั้นมา 2-3 เส้นไปลอยน้ำแถววัด หลังจากนั้นก็ไม่เจอเหตุการณ์อะไรแปลกๆ อีกเลย.. อ่อ ลืมบอกไป เมื่อตอนที่ผมได้คุยกับนิ่ม นิ่มให้ผมดูที่ต้นคอ ต้นคอนิ่มยังเป็นแผลเป็นอยู่เลยครับ