โรงเรียนเก่าแก่

โรงเรียนเก่าแก่

เรื่องนี้ส่งเข้ามาจากคุณอิ๊บครับ คุณอิ๊บเล่าว่า.. เรื่องนี้เกิดขึ้นในสมัยที่เรายังเรียนอยู่มัธยม ที่โรงเรียนชายล้วนแห่งหนึ่งในตัวเมืองกรุงเทพฯ ก่อนอื่นต้องเท้าความก่อนว่า โรงเรียนเราเป็นโรงเรียนเก่าแก่ อายุร่วม 100 กว่าปีได้ มีตึกเก่า มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำโรงเรียนมากมาย เรื่องเล่าหลอนๆ ต่างๆ ก็แน่นอนว่ามีมากมายเช่นกัน ใครเคยเรียนที่นี่ก็น่าจะเคยได้ยินกันมาบ้าง

อย่างเรื่องโทรศัพท์ปริศนาในห้องหมวดวิชาภาษาอังกฤษ ที่มักจะโทรเข้ามาทุกวัน ในเวลาเดิม คือช่วงเวลา 6 โมงเย็น แต่ที่แปลกคือเมื่อรับสาย ต้นสายจะไม่มีเสียงตอบรับ อาจารย์เก่าแก่ที่อยู่ที่นี่มานานจะทราบกันดี ท่านเล่าถึงสาเหตุของโทรศัพท์ปริศนานี้ว่า.. เมื่อก่อนมีอาจารย์ท่านหนึ่งที่ต้องอยู่เวร แกก็ขึ้นไปตรวจดูความเรียบร้อยที่ชั้นโรงยิม แต่วันนั้นเกิดมีโจรบุกปล้น อาจารย์ท่านนั้นจึงได้รีบโทรมาแจ้งที่หมวดภาษาอังกฤษ เพื่อขอความช่วยเหลือ แต่ไม่มีใครรับสาย และแกก็ถูกโจรฆ่าตายที่นั่น เป็นต้นเหตุของเสียงโทรศัพท์ปริศนานั่นเอง คงเป็นจิตสุดท้ายที่อาจารย์ท่านนั้นได้กระทำก่อนตาย..

ตอนเราเข้ามาเรียน ม.4 ใหม่ๆ ที่อาคาร 3 หมวดสังคม มีอาจารย์ท่านหนึ่งเล่าให้เราฟัง ว่าห้องที่เราเรียนอยู่นี้ เคยมีเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นกับตัวอาจารย์เอง อาจารย์เล่าว่า ‘วันนั้นช่วงประมาณ 6 โมงเย็น อาจารย์ต้องอยู่ที่หมวดสังคมคนเดียว เพราะมีงานตรวจข้อสอบที่ต้องทำต่อให้เสร็จ ระหว่างที่นั่งทำงาน หางตาก็มองไปเห็นเหมือนเด็กผู้ชาย วิ่งผ่านหน้าห้องไปจากซ้ายไปขวา ลงเท้าเสียงดัง ‘ตุบๆๆ’ อาจารย์ก็คิดว่าเด็กนักเรียนคงลืมของไว้เลยขึ้นมาเอา ยังไม่ทันไร สายตาก็เห็นเด็กคนเดิมวิ่งผ่านไปอีก จากซ้ายไปขวาเหมือนเดิม ‘ตุบๆๆ’ และยังหัวเราะชอบใจอีกด้วย.. อาจารย์เลยออกจากห้อง แล้วเดินตามเสียงเด็กไป เสียงไปหยุดอยู่ที่ห้องเรียนห้องนี้แหละ อาจารย์เลยเปิดประตูเข้าไป ตั้งท่ากำลังจะดุนักเรียน แล้วก็ต้องหยุดชะงัก เพราะตรงหน้าที่เห็น กลับเป็นเด็กชายมัดจุก ใส่โจงกระเบนไม่ใส่เสื้อ กำลังไต่กำแพง แล้วหายขึ้นไปในเพดานต่อหน้าต่อตา! อาจารย์รีบเดินกลับมาที่ห้องหมวดสังคม เก็บของกลับบ้านอย่างไว พอลงมาด้านล่างก่อนออกจากโรงเรียน อาจารย์มองไปที่ห้องนั้น ก็เห็นเด็กคนนั้นยังยืนอยู่ที่หน้าต่างอีกด้วย..’

เราฟังอย่างนั้นแล้วก็ขนลุกเลย เราถามอาจารย์ไปว่า ‘แล้วตอนนี้อาจารย์อยู่ที่นี่ไม่กลัวบ้างเหรอ?’ อาจารย์ท่านบอกว่า ‘อยู่ที่นี่มาหลาย 10 ปีแล้ว เจอเรื่องเเบบนี้มามาก จนกลายเป็นเรื่องธรรมดาของที่นี่ไปแล้วล่ะ..’